Shared Storage บน VMware

posted on 13 Jul 2013 18:49 by xpipato
Entry นี้ผมจะมาแชร์การทำ Shared Storage เพื่อเอาไว้ใช้ทำ LAB ของ VMware ครับ
 
"Shared Storage" คืออะไร???
สมัยนี้เค้าใช้ VMware กันหมดแล้ว และการที่ Server แต่ละตัวจะใช้ HDD ของตัวเองยังมีให้เห็นอยู่ แต่ถ้าเป็นสเกลขนาดใหญ่ มักจะย้าย HDD ไปไว้รวมกันที่อื่น เพื่อจะได้สะดวกต่อการจัดการ
1.SAN (Storage Area Network)
2.NAS (Network Attached Storage)
 
SAN แตกต่างกับ NAS พอสมควร ผมคงไม่ลงรายละเอียดลึกๆมาก เพราะผมก็ยังไม่เซียนทางด้าน Storage จึงไม่กล้าลงลึก แต่จะอธิบายคร่าวๆดังนี้
1. SAN ใช้โปรโตคอลเฉพาะชื่อว่า Fibre Channel ถ้าคุณเรียนเกี่ยวกับNetwork OSI Layer หรือ TCP/IP มา บอกได้คำเดียวว่า ใช้กับอันนี้ไม่ได้ครับ คนละโลกเลย เริ่มเรียนกันใหม่
2. SAN มีค่าใช้จ่ายสูง เนื่องจากอุปกรณ์ตรงกลาง หรือระหว่างทาง เราจะใช้ Switch ทั่วๆไปไม่ได้ เพราะอุปกรณ์เหล่านั้นไม่รองรับ Fibre Channel  ถ้าเราจะใช้ SAN เราต้องมีสิ่งที่เรียกว่า SAN Switch ด้วย
3. อีกจุดนึงที่แพงก็คือ Disk หรือตัว Storage เพราะถ้าเราใช้ SAN แสดงว่า Storage ต้องมีขนาดใหญ่(ทุกคนใช่้ร่วมกัน) ต้องมีการทำ RAID ต้องคำนึงถึงเรื่อง Redundancy ด้วย โอยเยอะะะ 
4. NAS เหมือนเป็น File Server ที่ยังทำงานอยู่บนพื้นฐาน TCP/IP อยู่ ง่ายต่อการทำความเข้าใจ
5. NAS ใช้ร่วมกับ Network Infrastructure แบบเดิมๆ ได้ตามปกติ ไม่ต้องใช้ SAN Switch 
5. ถ้าเงินไม่เยอะ หรือใช้กับ sizing ขนาดไม่ใหญ่มาก ใช้ NAS ก็พอ
 
ฉะนั้น วันนี้ผมจะขอแนะนำ FreeNAS ซึ่งเป็น Freeware ติดตั้งง่าย สะดวก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนทำ LAB :)
 

ประกอบคอม สำหรับ VMware vSphere ESXi 5.x

posted on 11 Jul 2013 22:40 by xpipato in Network directory Tech
ช่วงหลังๆมานี้ ไม่ค่อยได้คอนฟิก Router, Switch หรือ Firewall แล้ว แต่จะเน้นไปทาง Application Network มากกว่า บางทีทำงานแล้วนั่งนึกๆดู เอ๊ะ นี่มันไม่ใช่ Field Network แล้วมั้ง อออกไปทาง Server มากกว่า
 
บ่นมากไปเดี๋ยวจะไม่งาม เอาเป็นว่า โปรเจ็คที่ทำอยู่ตอนนี้มันเกี่ยวกับระบบ Call Center ซึ่งมันมีความซับซ้อนมาก ถ้าอยากจะทำได้คล่องๆ มันก็ต้องทำ Lab 
น่าเสียดายที่หลังมานี้ พวก Virtaul Appliance ที่โหลดมา มันเอาไปรันบน VMware Work Station ไม่ได้แล้ว เพราะสถาปัตยกรรมมันคนละแบบกัน (ของจริงจะใช้ VMware vSphere)
 
อธิบายง่ายๆ ถึงความแตกต่างระหว่าง VMware Workstation กับ vSphere ESXi Server
1. Workstation เป็น Application ที่เอาไว้ติดตั้งบน OS ใดๆ เช่น Windows, Linux
2. Workstation ไม่ได้ติดต่อ HW ตรงๆ แต่ต้องผ่าน OS ก่อน เกิดปัญหาคอขวด และอื่นๆอีกมากมาย
3. Workstation ข้อจำกัดเยอะกว่า ปรับแต่งได้น้อยกว่า ลูกเล่นน้อยกว่า ไม่รองรับการทำงานแบบกลุ่ม
4. vSphere ESXi server ออกแบบมาเป็น OS ที่ติดต่อ HW โดยตรง
5. หมายถึง ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากกว่า ไม่เกิดคอขวด ความเสี่ยงก็น้อยกว่า
6. แต่เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว จะเป็นแค่หน้าจอดำๆเหลืองๆ ทำไรไม่ได้มาก หากจะใช้งาน ต้องมี client ตังหาก
 
เมื่อประมาณกลางปีก่อน
ด้วยความหน้ามืด กิเลสหรือมารตนใดเข้าครอบงำก็ไม่ทราบ ตัดสินใจซื้อ Server เอามาลง VMware ESXi เองเลยละกัน จะได้มี Lab ส่วนตัวเอาไว้เล่น เอาไว้ลองนู่นนี่นั่นได้ ว่าแล้วก็เริ่มศึกษาเลยว่า ถ้าจะประกอบคอม โดยเลือกชิ้นส่วนเอง ต้องเลือกแบบไหนถึงจะเอามาลง VMware vSphere ESXi 5.0 ได้(ver.ในตอนนั้นคือ 5.0)
 
มาเริ่มทีละชิ้น
1. CPU > Intel Core i7 3770 Quad 3.43 GHz (ตัวนี้รองรับ Intel VT-d)
2. Mainboard* > Gigabyte Z77x-D3H
3. RAM > 32 GB (4x8 GB)
4. DVD Drive > เอายี่ห้ออะไรก็ได้ ที่ไม่ใช่ samsung...
5. HDD > 1TB จำยี่ห้อไม่ได้
6. Power Supply 600 W.(ควรมากกว่า 500W.)
7. Graphic Card > ไม่ต้อง
8. Display Monitor, Mouse, Keyboard > ไม่ต้อง
9. เคส > ผมแนะนำให้ใช้เคสใหญ่ๆ ให้มีพื้นที่อากาศถ่ายเท ติดพัดลมเพิ่มด้วยนะ > ผมเลือก cooler master
 
*ตรงนี้สำคัญนะฮะ การเลือก Mainboard สำคัญต่รงที่ LAN Card...
เพราะว่าๆๆ Mainboard แต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น จะเลือกใช้ chipset LAN card คนละยี่ห้อคนละรุ่นกันด้วย ต้องศึกษาดีๆครับว่า ESXi ณ เวอร์ชั่นที่เราจะใช้งาน มัน support LAN card ของยี่ห้อไหนบ้าง รุ่นไหนบ้าง ซึ่งเราจะรู้ได้โดยการเข้าไปเสิชเอาจากเว็บ VMware ได้เลย หรือจะเสิชจากกูเกิ้ลก็ได้ว่า VMware Compatability
เราอาจจะเลือก Mainboard ที่น่าสนใจในปัจจุบันเอาไว้ก่อนซัก สามสี่รุ่น/ยี่ห้อ (ดูด้วยว่ารองรับ RAM ได้มากสุดเท่าไหร่ ตอนนี้น่าจะ 64GB กันหมดแล้ว) หลังจากนั้นก็ดูรายละเอียดของ Mainboard นั้นๆว่าใช้ LAN chipset รุ่นไหน ตรงกับในเว็บ VMware รึเปล่า เท่านั้นแหละ 
 
ผมอยากจะแนะนำให้เน้นหนักไปที่ CPU กับ RAM ครับ
CPU แนะนำค่าย Intel เท่านั้น
RAM ถ้ามีงบเยอะ ก็เอาเยอะๆไว้ก่อน รวมถึง bus ของ RAM ด้วย เยอะๆแหละดี
Mainboard บ้านๆไม่ต้องแพง เอาแค่ให้มันมี LAN card ที่ใช้ได้ก็พอ ไม่ต้องเอา USB3.0 นะ เอามาก็ไม่ได้ใช้
 
**ถ้า VMware ไม่รองรับ Card LAN ที่เรามี ต้องออกแรงโมดิฟายกันหน่อย หลักๆคือต้องโหลดไฟล์ ESXi ที่จะใช้ติดตั้งมาในรูปแบบ .iso แล้วต้องหาทางยัดไฟล์ไดรเวอร์ของ LAN Card นั้นๆ เข้าไปใน .iso ให้ได้ เสร็จแล้วค่อย write .iso นั้นออกมาอีกที
 
หรือ
คุณจะไปซื้อ LAN Card แบบ PCI มาเสียบเองก็ได้ ถ้าให้ชัวร์เลยคือ ยี่ห้อ Intel นั่นแหละ
 
 
เมื่อประกอบเสร็จ + จอ คีย์บอร์ด ที่มีอยู่แล้ว(ใช้แปปเดียว) ก็พร้อมที่จะ Install แล้ว
 
สำหรับวิธีการ Install VMware vSphere ESXi ก็หาเอาจาก youtube แล้วกันนะครับ
ไม่มีอะไรมาก กด next ไปเรื่อยๆ ตั้งรหัส รอๆๆ เป็นอันเรียบร้อย เครื่องจะทำการ Restart หนึ่งครั้ง
หลังจากที่บูทเสร็จเรียบร้อย ให้เรากด F2 เพื่อเข้าไปตั้งค่าเบื้องต้นต่างๆ เช่น hostname, IP, Gateway, DNS
 
หลังจากตั้งค่าเสร็จเรียบร้อย ลอง connect จากคอมพิวเตอร์อีกเครื่อง โดยใช้ vSphere Client 
เป็นอันว่ามีของเล่นเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งชิ้น :)

edit @ 13 Jul 2013 18:48:12 by xpipato

Return of the Networker

posted on 06 Jul 2013 19:17 by xpipato in Life directory Tech, Knowledge, Diary
Entryสุดท้าย ย้อนกลับไปสองปีกว่าๆ เกี่ยวกับ Network Monitoring Tool ยี่ห้อหนึ่ง
ลองคลิ๊กเข้าไปอ่าน อ่าววว ตูยังเขียนไม่จบด้วยซ้ำ ตัดจบเอาดื้อๆ เพราะความขี้เกียจเข้าครอบงำ -*-
 
มาถึงตอนนี้ เวลาล่วงเลยผ่านไปนานพอสมควร ทำงานที่ใหม่(เดือนนี้ครบรอบ 2 ปี)แล้ว
ได้ประสบการณ์กับมุมมองในการทำงานใหม่ๆ ลูกค้าใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ
เลยอยากเอาบางสิ่งที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ มาแชร์ให้ฟังกันครับ
 
งานที่ทำตอนนี้ แม้ชื่อตำแหน่งจะไม่เหมือนเดิม แต่ก็ยังทำงานในลักษณะ ติดตั้งระบบเครือข่าย โดยจะเน้นไปที่ cisco product เหมือนเดิม แต่ได้ทำหลากหลายมากขึ้น เช่น blade server, contact center system, VoIP...
 
สิ่งที่ผมสนใจในช่วงนี้ จะเน้นไปทาง Data Center มีดังนี้
1. Virtualization Server (VMware/Hyper V)
2. Network and security in virtualization system
3. Multi-Tenant in Data Center
 
ไม่อยากสนใจเยอะกว่านี้ เดี๋ยวจะไม่ได้ซักอัน -*-
 
เดี๋ยวครั้งหน้า จะมาแนะนำวิธีประกอบ Computer(ที่ไม่ใช่ server) ให้เอามาลง VMware ESXi ได้
พบกัน เร็วๆนี้...

edit @ 6 Jul 2013 19:36:10 by xpipato

Go to Hua-Hin

posted on 06 Dec 2010 08:03 by xpipato in Life
เวลาขณะเขียนเอ็นทรีนี้ คือ ช่วงเช้าของวันที่ 6 ธันวาคม  หลายๆคนคงได้หยุดชดเชยกัน 
แต่ผมไม่ได้หยุดหรอกนะ ต้องไปทำงานที่หัวหิน(รอบที่3) ....
 
ภารกิจหลักของงานครั้งนี้คือ
1. เอา Core Switch 3750x ไปเปลี่ยนให้ลูกค้า
2. เปลี่ยน Router จาก 1813 เป็น 2911
 
ปัญหามันอยู่ตรงข้อสองเนี่ยแหละ ของเก่าเป็นเราเตอร์ 1813 เป็นรุ่นที่มีทั้ง Switch port 8 ports
เท่าที่อ่านคอนฟิกดูคร่าวๆ มีการทำ hsrp กับ wccp ด้วย ก็เลยเดาๆว่าน่าจะมีต่อ Web Server แหงๆ
เมื่อมีสวิตพอร์ต ก็ต้องมีเรื่องของ vlan ตามมา ซึ่ง 2911 นั้นไม่มี  switch port หวะ แล้วจะทำไงวะ
 
 
ทางแก้ปัญหาคือ ตายดาบหน้า T T
ไว้จะมาอัพเดตให้ฟังอีกที....